" เราไม่จำเป็นต้องทำงานตลอดชีวิต เพราะชีวิตคือการได้ใช้ชีวิต
ขอบคุณเอมสตาร์ที่เปิดโอกาสให้คนธรรมดาอย่างผม ได้ใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดา"
นี่คือคำพูดของเพื่อนผมที่ ณ ปัจจุบันเค้ามีรายได้มากกว่า 7 แสนบาทต่อเดือน คุณฟังไม่ผิดหรอกครับมากกว่าเจ็ดแสนบาทต่อเดือนจริงๆ
จากเครื่องมือที่ชื่อว่าเอมสตาร์
ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่าผมเป็นคนที่ค่อนข้าง anti พวกงานด้านการขายตรงมาก เพราะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับงานแบบนี้คือ
ในสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย จะชอบมีเพื่อน หรือรุ่นน้องที่ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่จะชวนไปหารายได้เสริมระหว่างเรียนโดยที่ไม่ได้บอก
ซะทีเดียวว่ารายได้ที่ว่ามาจากงานอะไร พอเราถามไปก็มักจะได้คำตอบว่า งานด้านการตลาด ซึ่งความจริงพอเราหลวมตัวเข้าไปตามคำชักชวนแล้ว
ก็จะพบกับสิ่งที่ไม่ชอบมากนั่นคือ จะมีคนบุคคลิกเป็นนักธุรกิจ แต่งตัวดี เข้ามาทักทายและทำตัวเหมือนจะสนิทกันมาแต่ชาติปางไหนก็ไม่ทราบ
ตามบทสนทนาที่ดูเหมือนว่าจะเป็นรูปแบบเดียวกันเป๊ะ แล้วก็ลงท้ายด้วยธุรกิจขายตรง ณ เวลานั้นคือ ผมไม่อยากจะนั่งอยู่ตรงนั้นอีก มันเป็นความรู้สึก
ที่แย่มากมันเหมือนการหลอกลวง ไม่จริงใจตั้งแต่แรก ที่จะให้เราไปทำงานแบบนั้น ทำให้ผมค่อนข้างมีอคติกับงานขายตรงมาก และคิดอยู่เสมอว่าเราจะไม่ยอม
ที่จะมาทำงานแบบนี้เด็ดขาด
พอเรียนจบ สิ่งที่ทุกคนต้องการก็คืองานที่ดี งานที่มั่นคงรายได้ดีๆ โชคดีที่ผมจบมาทางด้านสายวิทยาศาสตร์ จึงทำให้มีแนวโน้มที่จะได้เงินเดือนค่อนข้างดี
และโอกาสก็เป็นของผม ผมได้เข้าทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเงินเดือน ณ ปี 2548 เริ่มต้น 15000 บาท และทำงานเพียงห้าวัน หยุดเสาร์อาทิตย์
เพื่อนๆรุ่นเดียวกันต่างอิจฉาผม ว่าโชคดี ได้งานสบาย เงินเดือนเยอะกว่าคนอื่น ( ในสมัยนั้น ) ซึ่งคนอื่นได้แค่หมื่นเดียว หรือหมื่นต้นๆ และแล้วเวลาก็ผ่านล่วงเลยไป ปีแรก เงินเดือนที่ผมได้เพิ่มคือ 500 บาท รวมเป็น 15500 บาท เยอะมั๊ยครับ ฮ่าๆๆ แต่ผมก็ยังไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะงานสบายๆ ผ่านไปปีที่สอง
เงินเดือนปรับขึ้นให้อีก 700 บาท โอ้โห ทำไมเยอะจัง เป็น 16200 ปีที่สาม ได้เพิ่มอีก 800 บาท ว้าว มากมายมหาศาล รวมเป็น 17000 บาท พอดี
แล้วก็มีการปรับฐานเงินเดือนสำหรับเด็กจบใหม่เป็น 18000 บาท ทำให้เค้าต้องมาปรับฐานเดิมให้มากกว่าเก่านิดนึงเป็น 18200 บาท เหอๆๆ เป็นไงครับ
คนทำงานมาสามปี กับเด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่เงินเดือนต่างกันเท่านี้เอง ก็แอบน้อยใจเล็กๆ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะปลอบใจตัวเองว่า อย่างน้อยก็ทำงานแค่
ห้าวัน สบายๆ พอกินพอใช้ไปได้ พอผ่านไปปีที่ สี่ ห้า และสุดท้าย ตอนนี้ย่างเข้าปีที่หกแล้ว ทายซิว่าเงินเดือนผมอยู่ที่เท่าไหร่ อืม ประมาณสองต้นๆครับ
และผมเพิ่งได้มารู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่าเพื่อนสนิท ที่เรียนมาด้วยกัน มันลาออกจากงานประจำตั้งแต่ปีแรกแล้วก็ ไปหางานใหม่ไปเรื่อยๆ จนได้มาพบกับธุรกิจที่เรียกว่า เอมสตาร์ ผมประหลาดใจมากหลังจากที่ไม่ได้คุยกันมานาน ผมตกใจตอนที่ถามเพื่อนไปว่า ตอนนี้ทำงานอะไร เพื่อนก็ตอบสั้นๆว่าเอมสตาร์ เราก็งงสิ
อะไรคือเอมสตาร์ สุดท้ายก็ได้รับคำตอบ ซึ่งเนื้อหาได้อยู่ในบล็อกนี้เรียบร้อยแล้ว พอรู้ว่าเพื่อนได้รับรายได้ขนาดนี้ผมเลยนัดเพื่อนมาคุยเลยครับ ผลปรากฎว่า
สิ่งที่ผมไม่เคยคิดที่จะทำ และอยากเข้าใกล้มัน ช่างแตกต่างกับประสบการณ์อันเลวร้ายที่ผมได้เจอมาจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผมจะขอเอาไปกล่าวอีกครั้งในบทความครั้งหน้านะครับ ^^
วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
